
การปนเปื้อนยาปฏิชีวนะในแหล่งน้ำเป็นภัยเงียบที่อาจกระทบเพื่อนร่วมงานหรือคนรู้จักที่ติดตามประเด็นสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

แม่น้ำทั่วโลกปนเปื้อนยาปฏิชีวนะ ลำดับเรื่องและข้อเท็จจริงสำคัญ
งานวิจัยจากวารสาร PNAS Nexus เปิดเผยว่าแม่น้ำยาวรวมกว่า 6 ล้านกิโลเมตรทั่วโลกกำลังปนเปื้อนยาปฏิชีวนะในระดับที่เกินเกณฑ์ความปลอดภัย โดยทุกปีมีปริมาณยาปฏิชีวนะประมาณ 8,500 ตันจากมนุษย์ไหลลงสู่ระบบแม่น้ำ และอีก 3,300 ตันไหลลงสู่มหาสมุทรและทะเลสาบ ทำให้ประชากรราว 750 ล้านคนที่อาศัยใกล้แม่น้ำเหล่านี้เสี่ยงต่อการสัมผัสสารตกค้างอย่างต่อเนื่อง แม้ในประเทศพัฒนาแล้วที่มีระบบบำบัดน้ำเสีย แต่เทคโนโลยีก็ยังไม่สามารถกำจัดยาปฏิชีวนะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมคกิลล์ใช้แบบจำลอง HydroFATE ติดตามยาปฏิชีวนะ 40 ชนิดที่คิดเป็น 90% ของการใช้ทั่วโลก พบว่า 29% ของยาที่มนุษย์บริโภคในแต่ละปีสุดท้ายไหลลงสู่แม่น้ำ ซึ่งยา 3 ชนิดหลักอย่าง อะม็อกซิลลิน เซฟไตรแอกโซน และเซฟิซิม มีปริมาณปนเปื้อนสูงที่สุด โดยเฉพาะอะม็อกซิลลินที่คิดเป็น 45% ของการปนเปื้อนทั้งหมด
ปัญหานี้ยังอาจเลวร้ายกว่าที่คำนวณไว้ เพราะงานวิจัยพิจารณาเฉพาะการใช้ยาจากมนุษย์เท่านั้น ยังไม่รวมการใช้ในปศุสัตว์และอุตสาหกรรมที่คาดว่ามีปริมาณมากกว่าถึง 2 เท่า นักวิจัยเรียกร้องให้มีการปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียและการกำกับดูแลอย่างเร่งด่วนเพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพและระบบนิเวศ
ข้อเท็จจริง
- งานวิจัยชี้ว่าทุกปีมียาปฏิชีวนะ 8,500 ตันจากมนุษย์ไหลลงสู่แม่น้ำทั่วโลก
- แม่น้ำกว่า 6 ล้านกิโลเมตรมีระดับยาปฏิชีวนะเกินเกณฑ์ความปลอดภัย
- ประชากร 750 ล้านคนอาศัยใกล้แม่น้ำที่ปนเปื้อนยาปฏิชีวนะในระดับอันตราย
- อะม็อกซิลลินคิดเป็น 45% ของการปนเปื้อนยาปฏิชีวนะในแม่น้ำทั่วโลก
- ประเทศที่มีความเสี่ยงสูงสุด ได้แก่ อินเดีย อิหร่าน ไนจีเรีย เอธิโอเปีย ตุรกี เวียดนาม และปากีสถาน
- การใช้ยาปฏิชีวนะในปศุสัตว์และอุตสาหกรรมอาจทำให้ปัญหาเลวร้ายกว่าที่คำนวณไว้ 2 เท่า
คำอธิบายข่าวแบบภาพของ Canto โดยอาจมีเครื่องมือ AI ช่วยในกระบวนการผลิต นโยบายบรรณาธิการ





