กราฟิกเปรียบเทียบมูลค่าค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศเอเชีย พร้อมชื่อประเทศและตัวเลขเป็นล้านบาท
กราฟิกเปรียบเทียบมูลค่าค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศเอเชีย พร้อมชื่อประเทศและตัวเลขเป็นล้านบาท

การลงทุนของแต่ละประเทศสะท้อนความคาดหวังจากแฟนบอล ช่วยให้เพื่อนที่ติดตามกีฬาเห็นบริบทร่วมกันมากขึ้น

ฟุตบอลโลก 2026 ใครจ่ายหนักสุดในเอเชีย? ลำดับเรื่องและข้อเท็จจริงสำคัญ

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 กำลังจะมาถึง และประเทศต่าง ๆ ในเอเชียเริ่มเปิดเผยมูลค่าค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ ญี่ปุ่นนำโด่งด้วยมูลค่า 7,000 ล้านบาท โดยบริษัท Dentsu ขณะที่เกาหลีใต้จ่าย 4,000 ล้านบาทผ่าน JTBC แสดงถึงความพร้อมทางเศรษฐกิจและการลงทุนในคอนเทนต์กีฬาใหญ่ระดับโลก

ในภูมิภาคอาเซียน อินโดนีเซียกลายเป็นผู้จ่ายสูงสุดที่ 2,400 ล้านบาทผ่าน TVRI แซงหน้าประเทศไทยที่ 2,300 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มบริษัท JAS เป็นผู้คว้าสิทธิ์ แม้ต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่สะท้อนการแข่งขันด้านสื่อในภูมิภาค มาเลเซีย เวียดนาม และอินเดีย จ่ายในระดับพันล้านบาทต้น ๆ ขณะที่เวียดนามจ่ายต่ำสุดที่ 500 ล้านบาท

บางประเทศเช่น สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และลาว ยังไม่เปิดเผยมูลค่าสัญญา แม้จะยืนยันการถือครองลิขสิทธิ์แล้ว การเปิดเผยตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของกลยุทธ์สื่อและการลงทุนเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ขณะที่คำถามเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุนยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป

ข้อเท็จจริง

  • ญี่ปุ่นจ่ายค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 สูงสุดในเอเชียที่ 7,000 ล้านบาท ผ่านบริษัท Dentsu
  • เกาหลีใต้จ่าย 4,000 ล้านบาท ผ่าน JTBC
  • อินโดนีเซียจ่าย 2,400 ล้านบาท ผ่าน TVRI มากกว่าไทยเล็กน้อย
  • ไทยจ่าย 2,300 ล้านบาท ผ่านกลุ่มบริษัท JAS
  • เวียดนามจ่ายต่ำสุดที่เปิดเผยคือ 500 ล้านบาท ผ่าน VTV
  • สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และลาว ยังไม่เปิดเผยมูลค่าสัญญา

คำอธิบายข่าวแบบภาพของ Canto โดยอาจมีเครื่องมือ AI ช่วยในกระบวนการผลิต นโยบายบรรณาธิการ