กราฟราคาทองคำที่ลดลงพร้อมไอคอนดอลลาร์และดอกเบี้ย แสดงแนวโน้มขาลงหลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่ง
กราฟราคาทองคำที่ลดลงพร้อมไอคอนดอลลาร์และดอกเบี้ย แสดงแนวโน้มขาลงหลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่ง

การปรับเป้าราคาทองคำครั้งนี้สะท้อนความกังวลต่อทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ ช่วยให้เพื่อนร่วมงานที่ติดตามตลาดสินทรัพย์ปลอดภัยเห็นบริบทร่วมกันมากขึ้น

บัวหลวงปรับเป้าทองเหลือ 4,700 ดอลล์ ลำดับเรื่องและข้อเท็จจริงสำคัญ

บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงปรับลดเป้าราคาทองคำสำหรับปี 2026 ลงเหลือ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากเดิม 5,250 ดอลลาร์ หลังตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ พุ่งแตะ 4.2% ต่อปีในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจกลับมาขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงปลายปี 2026 หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย

ภาวะดังกล่าวหนุนให้ค่าเงินดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนจากดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน ราคาทองคำได้หลุดแนวรับสำคัญที่ 4,330 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นทั้งเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันและจุดสนับสนุนทางเทคนิค ทำให้เกิดสัญญาณแนวโน้มขาลงอย่างชัดเจน

กระแสเงินทุนในกองทุน Gold ETF ก็สะท้อนการเทขายอย่างรุนแรง โดยมีปริมาณการถือครองทองคำลดลง 13 ตันภายใน 7 วันทำการแรกของเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว ทองคำยังได้รับแรงหนุนจากธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางจีน (PBoC) ที่ซื้อสุทธิ 10 ตันในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ธันวาคม 2024 แสดงถึงความตั้งใจในการกระจายความเสี่ยงของทุนสำรองระหว่างประเทศ

ข้อเท็จจริง

  • บล.บัวหลวงปรับเป้าราคาทองคำปี 2026 จาก 5,250 เหลือ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์
  • เงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) เดือนพฤษภาคม 2026 อยู่ที่ 4.2% ต่อปี สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี
  • ราคาทองคำหลุดแนวรับสำคัญที่ 4,330 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้เกิดสัญญาณขาลง
  • กองทุน Gold ETF ลดการถือครองทองคำ 13 ตันใน 7 วันทำการแรกของมิถุนายน 2026
  • ธนาคารกลางจีน (PBoC) ซื้อทองคำสุทธิ 10 ตันในเดือนพฤษภาคม 2026
  • บล.บัวหลวงปรับเป้ากรณีดีที่สุดจาก 5,800 เหลือ 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์

คำอธิบายข่าวแบบภาพของ Canto โดยอาจมีเครื่องมือ AI ช่วยในกระบวนการผลิต นโยบายบรรณาธิการ