
ดีลนี้ไม่แค่ดันยอดชม แต่ยังวางรากฐานคอนเทนต์กีฬาครบวงจร ช่วยให้เพื่อนที่ติดตามธุรกิจสตรีมมิ่งเห็นภาพร่วมกันมากขึ้น

JAS-MONO คว้าลิขสิทธิ์บอลโลก 2 สมัย ลำดับเรื่องและข้อเท็จจริงสำคัญ
บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) และโมโน เน็กซ์ (MONO) คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 และ 2030 รวมถึงรายการทั้งหมดของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) จนถึงปี 2030 ถือเป็นดีลใหญ่ที่สุดของบริษัทในธุรกิจคอนเทนต์กีฬา หลังก่อนหน้านี้ได้สิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วอลเลย์บอลโลก และยูโร ดีลนี้คาดว่าจะช่วยดันฐานสมาชิก MONOMAX จาก 1.6 ล้านรายให้เกิน 2 ล้านรายในระยะต่อไป โดยเน้นรายได้หลักจากค่าสมาชิก ขณะที่โฆษณาและสปอนเซอร์เป็นรายได้เสริม
ฟุตบอลโลก 2026 จะจัดขึ้นที่สหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ด้วยรูปแบบใหม่ที่ขยายทีมเป็น 48 ชาติ และมี 104 แมตช์ โดย JAS ยืนยันว่าจะถ่ายทอดสดแมตช์สำคัญอย่างนัดเปิดสนามและนัดชิงชนะเลิศผ่านฟรีทีวีอย่างน้อย 40 แมตช์ ส่วนแพลตฟอร์ม MONOMAX จะเป็นช่องทางหลักในการรับชมแบบเต็มรูปแบบ
ดีลนี้ยังส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มอื่นด้วย โดยบริษัทหลักทรัพย์ประเมินว่า CPALL, ADVANC และ TRUE จะได้อานิสงส์จากการบริโภคที่เพิ่มขึ้นและการใช้ข้อมูลมือถือที่พุ่งในช่วงถ่ายทอดสด โดยเฉพาะแมตช์ที่จัดในช่วงดึกตามเวลาไทย ขณะที่ JAS และ MONO ยังไม่มีบทวิเคราะห์อย่างเป็นทางการ แต่ถือเป็นข่าวบวกต่อภาพลักษณ์และกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัท
ข้อเท็จจริง
- JAS และ MONO คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 และ 2030 รวมทุกรายการของ FIFA จนถึงปี 2030
- ฟุตบอลโลก 2026 จะจัดที่สหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ด้วยทีม 48 ชาติ และ 104 แมตช์
- JAS ยืนยันถ่ายทอดสดแมตช์สำคัญอย่างนัดเปิดสนามและชิงชนะเลิศผ่านฟรีทีวีอย่างน้อย 40 แมตช์
- MONOMAX มีสมาชิก 1.6 ล้านราย และตั้งเป้าเกิน 2 ล้านรายจากดีลนี้
- บริษัทหลักทรัพย์ประเมินว่า CPALL, ADVANC, TRUE, CBG, OSP, CENTEL และ SNNP จะได้อานิสงส์จากการบริโภคและการใช้ข้อมูลที่เพิ่มขึ้น
- ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ระบุว่าดีลนี้เป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อสร้างแบรนด์และรวมคอนเทนต์กีฬาสำคัญไว้ในแพลตฟอร์มเดียว
คำอธิบายข่าวแบบภาพของ Canto โดยอาจมีเครื่องมือ AI ช่วยในกระบวนการผลิต นโยบายบรรณาธิการ





