
วิกฤตชิปหน่วยความจำที่อาจยืดถึงปี 2030 ช่วยให้เพื่อนที่ซื้อคอมหรืออัปเกรดฮาร์ดแวร์เห็นภาพรวมก่อนตัดสินใจ

ซีอีโอ Nvidia ชี้วิกฤตชิปหน่วยความจำถึง 2030 ลำดับเรื่องและข้อเท็จจริงสำคัญ
ซีอีโอ Nvidia เจนเซน หวง ออกมาเตือนว่า วิกฤตขาดแคลนชิปหน่วยความจำ หรือ RAM Crisis อาจยืดเยื้อไปจนถึงปี 2030 ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตฮาร์ดแวร์ทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีสัญญาณบวกจากผู้ผลิตจีนและอดีตผู้บริหารซัมซุงที่คาดว่าปัญหาอาจคลี่คลายภายในปี 2028 แต่คำทำนายล่าสุดจากผู้นำอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชี้ว่า ความต้องการใช้หน่วยความจำในภาค AI และคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงยังคงพุ่งสูงเกินกำลังการผลิต
การประกาศความร่วมมือระยะยาวระหว่าง Nvidia กับ SK Hynix สะท้อนความพยายามรับมือกับวิกฤตดังกล่าวโดยตรง แต่กลับตอกย้ำความกังวลว่าห่วงโซ่อุปทานอาจไม่เพียงพอในระยะยาว ผู้ผลิตแล็ปท็อปรายใหญ่กำลังใช้สต็อกชิ้นส่วนที่ซื้อไว้ในราคาต้นทุนเดิม แต่เมื่อสต็อกเหล่านี้หมดลง ราคาอุปกรณ์อาจพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับผู้บริโภค นักวิเคราะห์แนะนำให้พิจารณาซื้อแล็ปท็อปหรือคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปในช่วงนี้ โดยเฉพาะช่วงโปรโมชั่นใหญ่อย่าง Black Friday เนื่องจากยังใช้ชิ้นส่วนจากต้นทุนเก่า ในทางกลับกัน การซื้อชิ้นส่วนแยก เช่น RAM หรือ SSD ควรชะลอไว้ก่อน หลังราคาพุ่งถึง 3-4 เท่าตัวตั้งแต่เดือนกันยายน 2025 และอาจเพิ่มอีกเท่าตัวภายในสิ้นปี 2026
ข้อเท็จจริง
- ซีอีโอ Nvidia เจนเซน หวง คาดวิกฤตชิปหน่วยความจำจะยืดเยื้อถึงปี 2030
- ราคา RAM ประเภท DDR4 และ DDR5 พุ่งสูงขึ้น 3-4 เท่าตัวตั้งแต่กันยายน 2025
- ผู้บริหาร Lexar คาดราคา RAM จะเพิ่มอีกเท่าตัวภายในสิ้นปี 2026
- Nvidia ประกาศความร่วมมือระยะยาวกับ SK Hynix ก่อนการประกาศดังกล่าว
- นักวิเคราะห์แนะนำให้ซื้อแล็ปท็อปในช่วงนี้ โดยเฉพาะช่วง Black Friday ก่อนราคาพุ่ง
- การ์ดจอระดับไฮเอนด์จาก Nvidia เช่น RTX 5070 Ti ขึ้นไป ได้รับผลกระทบจากต้นทุน VRAM ที่สูงขึ้น
คำอธิบายข่าวแบบภาพของ Canto โดยอาจมีเครื่องมือ AI ช่วยในกระบวนการผลิต นโยบายบรรณาธิการ





