รองนายกฯ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ กำลังเจรจากับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ภายใต้เงาของอัตราภาษี 12.5% ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้
รองนายกฯ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ กำลังเจรจากับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ภายใต้เงาของอัตราภาษี 12.5% ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้

ความพยายามเร่งปิดดีลการค้าก่อนเส้นตาย ช่วยให้เพื่อนที่ติดตามความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ เห็นบริบทร่วมกันมากขึ้น

ศุภจีเร่งปิดดีลการค้า ก่อนโดนสหรัฐฯ เก็บภาษี 12.5% ลำดับเรื่องและข้อเท็จจริงสำคัญ

รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เร่งปิดข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) กับสหรัฐอเมริกา ภายในเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าที่ 12.5% ภายใต้มาตรา 301 ซึ่งอ้างเหตุผลจากข้อบกพร่องด้านกฎหมายควบคุมการนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับ และการยังไม่ลงนามในข้อตกลงการค้าดังกล่าว

สหรัฐฯ แบ่งประเทศคู่ค้าออกเป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มที่ไม่มีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับและยังไม่ลงนาม ART จะถูกเก็บภาษี 12.5% ซึ่งไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ แม้ไม่ได้หมายความว่าไทยใช้แรงงานบังคับโดยตรง แต่เกิดจากช่องว่างด้านกฎหมายการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่สาม ซึ่งกระทรวงแรงงานกำลังดำเนินการอยู่

ปัจจุบันยังมีประเด็นค้าง 25 เรื่องที่ต้องแก้ไขร่วมกับหลายกระทรวง และผู้แทนการค้าไทยได้เดินทางไปกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อเร่งเจรจาในช่วงโค้งสุดท้าย โดยสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการเจรจากับไทยในลำดับต้น ๆ อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถปิดดีลได้ทันวันที่ 22 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่สามารถยื่นขอเข้าร่วมการรับฟังความคิดเห็น กระบวนการจะดำเนินต่อไปสู่การยื่นข้อคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรในวันที่ 6 กรกฎาคม และประกาศผลก่อนวันที่ 24 กรกฎาคม

สินค้าส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ กว่า 10,000 รายการ จะได้รับผลกระทบหากไม่ได้รับการยกเว้น แม้มี 1,655 รายการในบัญชี Annex A ที่ได้รับการยกเว้นภาษี เช่น คอมพิวเตอร์พกพา สมาร์ตโฟน น้ำยางธรรมชาติ และทุเรียนแปรรูป แต่สินค้าอีกกว่า 8,000 รายการจะถูกเก็บภาษีเพิ่มเติม ซึ่งอาจกระทบต่อผู้ส่งออกและเศรษฐกิจในภาพรวม

นอกจากนี้ ยังมีการไต่สวนเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกินใน 3 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ ยางพารา และเครื่องจักร โดยสหรัฐฯ ระบุว่าไทยใช้กำลังการผลิตเพียง 60% ขณะที่ข้อมูลจากไทยชี้ว่าอยู่ที่ 70-95% หากสหรัฐฯ ไม่ยอมรับข้อมูลนี้ ไทยอาจเผชิญภาษีซ้อนหลายชั้น รวมถึงความเสี่ยงจากการถูกใช้มาตรการอื่น เช่น มาตรา 232 ได้ในอนาคต

ข้อเท็จจริง

  • สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ประกาศผลไต่สวนเบื้องต้นตามมาตรา 301 เมื่อ 4 มิถุนายน 2569 ระบุไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่จะถูกเก็บภาษีนำเข้า 12.5% เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับและยังไม่ลงนามข้อตกลง ART
  • รัฐมนตรีศุภจี เร่งปิดดีลเจรจาข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) กับสหรัฐฯ ให้ทันก่อน 22 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่สามารถยื่นขอเข้าร่วมการรับฟังความคิดเห็น
  • ไทยมีสินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ กว่า 10,000 รายการ โดย 1,655 รายการได้รับการยกเว้นภาษีในบัญชี Annex A แต่สินค้าอีกกว่า 8,000 รายการเสี่ยงถูกเก็บภาษีเพิ่ม
  • สหรัฐฯ คาดประกาศผลการไต่สวนเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกินใน 3 อุตสาหกรรม (อิเล็กทรอนิกส์ ยางพารา เครื่องจักร) กลางเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งไทยชี้แจงว่าใช้กำลังการผลิต 70-95% ขัดแย้งกับข้อมูลสหรัฐฯ ที่ระบุ 60%
  • หากไม่สามารถปิดดีล ART ได้ทันเวลา สินค้าไทยอาจถูกเก็บภาษีซ้อนหลายชั้น และสหรัฐฯ อาจใช้มาตรการอื่น เช่น มาตรา 232 ได้ในอนาคต

คำอธิบายข่าวแบบภาพของ Canto โดยอาจมีเครื่องมือ AI ช่วยในกระบวนการผลิต นโยบายบรรณาธิการ