
แผนการค้าแร่สำคัญของสหรัฐเผยความตึงเครียดระหว่างพันธมิตร ช่วยให้เพื่อนที่ติดตามความมั่นคงทางเศรษฐกิจเห็นบริบทร่วมกันมากขึ้น

สหรัฐถูกพันธมิตร G7 กดดัน หลังเสนอตั้งกลุ่มค้าแร่สกัดจีน ลำดับเรื่องและข้อเท็จจริงสำคัญ
รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอก่อตั้งกลุ่มการค้าแร่สำคัญร่วมกับพันธมิตร G7 เพื่อลดการพึ่งพาจีน ซึ่งครองตลาดแร่สำคัญอย่างลิเทียม โคบอลต์ นิกเกิล และแร่หายาก แผนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตนอกจีนผ่านการประกันราคา เงินอุดหนุน และการรับซื้อระยะยาว พร้อมเสนอใช้ภาษีนำเข้าแบบปรับเปลี่ยนได้เพื่อป้องกันการกดราคาจากผู้ผลิตรายใหญ่
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอเริ่มสะดุดเมื่อประเทศในกลุ่ม G7 หลายแห่งแสดงความกังวล โดยเฉพาะต่อโมเดลการกำหนดราคาที่ใช้ระบบ AI ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือโครงการ OPEN ที่พัฒนาโดย DARPA ซึ่งยุโรปมองว่าอาจทำให้สหรัฐมีอิทธิพลเหนือตลาดมากเกินไป และต้องการดัชนีราคาที่อ้างอิงจากธุรกรรมจริงมากกว่า
ความเห็นยังแตกต่างกันในรูปแบบการบริหารกลุ่มการค้า ฝรั่งเศสและแคนาดาสนับสนุนกลไกถาวรภายใต้กรอบ G7 ขณะที่สหรัฐต้องการข้อตกลงทวิภาคีกับญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปก่อน แล้วค่อยขยายผลต่อไป นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในสหรัฐเองก็มีความเห็นไม่ตรงกัน โดยสมาคมเหมืองแร่แห่งชาติเสนอให้เน้นแรงจูงใจทางภาษีและเงินอุดหนุน แทนการแทรกแซงราคาโดยตรง
ข้อเท็จจริง
- สหรัฐเสนอตั้งกลุ่มการค้าแร่สำคัญร่วมพันธมิตร G7 เพื่อลดการพึ่งพาจีน
- สหรัฐเสนอใช้ระบบ AI ของ DARPA (โครงการ OPEN) คำนวณราคาแร่ที่ 'เหมาะสม'
- ประเทศยุโรปหลายแห่งกังวลว่าสหรัฐจะมีอำนาจเหนือการกำหนดราคาเกินไป
- ฝรั่งเศสและแคนาดาสนับสนุนกลไกถาวรภายใต้ G7 ขณะที่สหรัฐเร่งข้อตกลงทวิภาคี
- สมาคมเหมืองแร่สหรัฐเสนอให้ใช้เงินอุดหนุนและเครดิตภาษีแทนการแทรกแซงราคาโดยตรง
- สหรัฐเตรียมเสนอข้อตกลงผูกพันทางกฎหมายต่อญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปภายในเดือนมิถุนายน 2026
คำอธิบายข่าวแบบภาพของ Canto โดยอาจมีเครื่องมือ AI ช่วยในกระบวนการผลิต นโยบายบรรณาธิการ





