กราฟราคาทองแดงพุ่งขึ้นพร้อมภาพข่าวการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน สะท้อนความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจโลก
กราฟราคาทองแดงพุ่งขึ้นพร้อมภาพข่าวการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน สะท้อนความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจโลก

การฟื้นตัวของตลาดทองแดงสะท้อนความเชื่อมั่นที่กลับมา ช่วยให้เพื่อนร่วมงานในแวดวงการเงินเห็นภาพรวมของแรงขับเคลื่อนใหม่

ทองแดงพุ่งจากดีลยุติยิงสหรัฐฯ–อิหร่าน ลำดับเรื่องและข้อเท็จจริงสำคัญ

ราคาทองแดงปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังสหรัฐอเมริกาและอิหร่านประกาศบรรลุข้อตกลงยุติการสู้รบชั่วคราว ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อเส้นทางการค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซและฟื้นความเชื่อมั่นในเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก ข้อตกลงดังกล่าวเปิดทางให้มีการเจรจาต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และช่วยให้ตลาดโลหะ โดยเฉพาะทองแดง ซึ่งเป็นดัชนีชี้เศรษฐกิจโลก กลับมามีแรงหนุนจากอุปสงค์ในภาคเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด

ในตลาดโลหะลอนดอน (LME) ราคาทองแดงปรับตัวขึ้น 1.2% สู่ระดับ 13,864 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ขณะที่สังกะสีและอะลูมิเนียมก็ปรับตัวขึ้น 0.7% และ 0.3% ตามลำดับ ส่วนดีบุกพุ่งกว่า 3% หลังจากปรับตัวลงจากจุดสูงสุดในต้นเดือน ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความไวต่อปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่มีผลต่อห่วงโซ่อุปทานโลหะสำคัญ

นักวิเคราะห์จากเจฟฟรีส์ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองแดงเมื่อสัปดาห์ก่อน แม้จะเตือนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นหากทำเนียบขาวประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าทองแดง ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะถัดไป

ข้อเท็จจริง

  • สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงยุติการสู้รบชั่วคราวเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2026
  • ราคาทองแดงในตลาด LME เพิ่มขึ้น 1.2% สู่ระดับ 13,864 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน
  • ดีลนี้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งมีผลต่อเส้นทางขนส่งโลหะสำคัญ
  • เจฟฟรีส์ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองแดง แต่เตือนเรื่องความผันผวนจากภาษีนำเข้า
  • ราคาสังกะสีและอะลูมิเนียมเพิ่มขึ้น 0.7% และ 0.3% ตามลำดับ ส่วนดีบุกพุ่งกว่า 3%

คำอธิบายข่าวแบบภาพของ Canto โดยอาจมีเครื่องมือ AI ช่วยในกระบวนการผลิต นโยบายบรรณาธิการ