ภาพจำลองยานสำรวจ ExoMars บนพื้นผิวดาวอังคารท่ามกลางพื้นดินสีแดงและชั้นดินเหนียว
ภาพจำลองยานสำรวจ ExoMars บนพื้นผิวดาวอังคารท่ามกลางพื้นดินสีแดงและชั้นดินเหนียว

การค้นหาชีวิตในอดีตบนดาวอังคารอาจเริ่มจากชั้นดินเหนียวลึกนี้ ช่วยให้เพื่อนที่สนใจอวกาศเห็นภาพร่วมกันมากขึ้น

ยุโรปคืนชีพภารกิจล่าชีวิตบนดาวอังคาร ลำดับเรื่องและข้อเท็จจริงสำคัญ

ภารกิจ ExoMars ขององค์การอวกาศยุโรปกลับมาเดินหน้าอีกครั้งหลังหยุดชะงักจากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งโควิด-19 การตัดงบประมาณจากนาซา และผลกระทบจากสงคราม โดยทีมวิศวกรจากบริษัทเธเลส อเลเนีย สเปซ กำลังพัฒนาโมดูลลงจอดสำหรับภารกิจที่จะส่งยานไปยังดาวอังคารในช่วงปลายปี 2028 และคาดว่าจะถึงจุดหมายในปี 2030

เป้าหมายหลักของภารกิจนี้คือการค้นหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตในอดีตหรือปัจจุบันบนดาวอังคาร โดยแบ่งออกเป็นสองระยะ ระยะแรกคือการส่งยานโคจรเพื่อวิเคราะห์ชั้นบรรยากาศและตรวจจับแก๊สมีเทน ซึ่งทำสำเร็จตั้งแต่ปี 2016 ส่วนระยะที่สองคือการส่งรถหุ่นยนต์สำรวจลงพื้นผิวดาวอังคารเพื่อเจาะดินลึกถึง 2 เมตรเก็บตัวอย่าง

ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าบริเวณที่ยานจะลงจอดมีการสะสมของดินเหนียวในวงกว้าง ซึ่งบ่งชี้ว่าพื้นที่นี้อาจเคยเป็นมหาสมุทรลึกหลายกิโลเมตรเมื่อ 4,000 ล้านปีก่อน เพราะการก่อตัวของดินเหนียวต้องใช้น้ำในสถานะของเหลว ชั้นตะกอนนี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่สนับสนุนว่าดาวอังคารเคยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีชีวิตมากกว่าปัจจุบัน

แม้ภารกิจจะล่าช้ามานาน แต่ความหวังในการไขความลับของดาวเคราะห์สีแดงยังคงมีอยู่ โดยการสำรวจครั้งนี้อาจช่วยขยายขอบเขตความรู้ของมนุษยชาติเกี่ยวกับการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตนอกโลก

ข้อเท็จจริง

  • ภารกิจ ExoMars จะปล่อยในช่วงปลายปี 2028 และคาดว่าจะถึงดาวอังคารในปี 2030
  • โมดูลลงจอดกำลังพัฒนาโดยบริษัทเธเลส อเลเนีย สเปซ ที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส
  • ยานจะเจาะดินลึก 2 เมตรเพื่อหาซากฟอสซิลหรือร่องรอยชีวิตในอดีต
  • พบชั้นดินเหนียวขนาดใหญ่ในบริเวณที่จะลงจอด บ่งชี้ว่าเคยมีมหาสมุทรโบราณเมื่อ 4,000 ล้านปีก่อน
  • ภารกิจแบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะแรกส่งยานโคจรสำเร็จแล้วในปี 2016

คำอธิบายข่าวแบบภาพของ Canto โดยอาจมีเครื่องมือ AI ช่วยในกระบวนการผลิต นโยบายบรรณาธิการ