
ความเคลื่อนไหวของกลุ่มตั้งถิ่นฐานหัวรุนแรงอาจสะท้อนทิศทางใหม่ในภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง ช่วยให้เพื่อนที่ติดตามเรื่องนี้เห็นภาพรวมร่วมกันมากขึ้น

ชาวยิวหัวรุนแรงฝันยึดเลบานอนเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ลำดับเรื่องและข้อเท็จจริงสำคัญ
กลุ่มชาวยิวหัวรุนแรงในเขตเวสต์แบงก์ของอิสราเอล นำโดยนักชีววิทยาแอนนา สลูทสกิน และแรงงานเกษตรโอรี พลาสเซ กำลังผลักดันแนวคิดการตั้งถิ่นฐานใหม่ในเลบานอนตอนใต้ ภายใต้ชื่อกลุ่ม 'Uri Tzafon' หรือ 'ตื่นเถิด ลมเหนือ' พวกเขาเชื่อว่าดินแดนเลบานอนใต้เป็นส่วนหนึ่งของ 'ดินแดนพันธสัญญา' ตามพระคัมภีร์เดิม และควรขยายพรมแดนอิสราเอลไปถึงแม่น้ำลิทานี ซึ่งอยู่เหนือพรมแดนปัจจุบันราว 30 กิโลเมตร
แรงผลักดันนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลต่อพื้นที่ที่ฮิซบอลเลาะห์ควบคุมในเลบานอน ซึ่งทำให้ชาวเลบานอนกว่าหนึ่งล้านคนต้องอพยพออกจากบ้าน กลุ่มตั้งถิ่นฐานมองว่าการอพยพครั้งใหญ่นี้เปิดโอกาสให้พวกเขาเข้ายึดพื้นที่และตั้งถิ่นฐานถาวร โดยไม่อนุญาตให้ผู้ลี้ภัยกลับมา
แม้รัฐบาลอิสราเอลและกองทัพจะยังไม่ประกาศสนับสนุนการตั้งถิ่นฐานในเลบานอนอย่างเป็นทางการ แต่กลุ่มดังกล่าวอ้างว่าได้รับการสนับสนุนเงียบ ๆ จากสมาชิกสภาและรัฐมนตรีบางคน โดยเฉพาะในกลุ่มขวาจัดที่ต้องการผนวกดินแดนเพิ่มเติม ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนแนวโน้มความขัดแย้งที่อาจลุกลามไปเกินกว่าเป้าหมายทางทหารเดิม
ข้อเท็จจริง
- กลุ่มชาวยิวหัวรุนแรง 'Uri Tzafon' ผลักดันการตั้งถิ่นฐานในเลบานอนใต้ โดยอ้างดินแดนพันธสัญญาตามพระคัมภีร์
- กองทัพอิสราเอลโจมตีฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ทำให้ชาวเลบานอนกว่า 1 ล้านคนต้องอพยพ
- แอนนา สลูทสกิน และโอรี พลาสเซ เป็นแกนนำกลุ่ม สนับสนุนการย้ายพรมแดนอิสราเอลไปถึงแม่น้ำลิทานี
- พลาสเซเคยข้ามพรมแดนเข้าเลบานอนผิดกฎหมายเพื่อปลูกต้นไม้และเริ่มตั้งถิ่นฐาน
- กลุ่มอ้างว่ามีการสนับสนุนเงียบ ๆ จากสมาชิกสภาและรัฐมนตรีอิสราเอลบางคน
คำอธิบายข่าวแบบภาพของ Canto โดยอาจมีเครื่องมือ AI ช่วยในกระบวนการผลิต นโยบายบรรณาธิการ





