ภาพประกอบแสดงเยาวชนในสหรัฐถือผลิตภัณฑ์กระท่อมที่ออกแบบเหมือนขนม พร้อมกราฟิกข้อมูลการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้และผลกระทบต่อสุขภาพจิต
ภาพประกอบแสดงเยาวชนในสหรัฐถือผลิตภัณฑ์กระท่อมที่ออกแบบเหมือนขนม พร้อมกราฟิกข้อมูลการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้และผลกระทบต่อสุขภาพจิต

การระบาดของกระท่อมในเยาวชนสหรัฐเผยช่องว่างนโยบาย ข้อมูลนี้อาจเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนที่ติดตามประเด็นสุขภาพจิตและการเสพติด

‘กระท่อม’ ระบาดในเยาวชนสหรัฐ ลำดับเรื่องและข้อเท็จจริงสำคัญ

การใช้ใบกระท่อมในสหรัฐฯ กำลังกลายเป็นปัญหาสาธารณสุขที่ขยายตัวในกลุ่มเยาวชน โดยข้อมูลจากแบบสำรวจระดับชาติระบุว่ามีเด็กอายุ 12-17 ปี กว่า 100,000 คนเคยใช้สารนี้ ซึ่งมีสารไมทราไจนีนที่ออกฤทธิ์คล้ายโอปิออยด์และอาจนำไปสู่การเสพติด นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนเตือนว่าการใช้กระท่อมเพิ่มขึ้นจาก 1.6% ในปี 2021 เป็น 1.9% ในปี 2024 ซึ่งแม้ดูเหมือนน้อย แต่เมื่อคิดเป็นจำนวนประชากรจริง หมายถึงผู้ใช้เพิ่มขึ้นหลายแสนคนในเวลาเพียงสามปี

ปัญหาลุกลามหนักขึ้นเมื่อผู้ผลิตเริ่มออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ดูเหมือนขนมหรือเครื่องดื่มชูกำลัง เช่น เยลลี่กัมมี่หรือเครื่องดื่มช็อตสีสันสดใส ซึ่งขายผ่านร้านยาสูบและแอปพลิเคชันที่เด็กเข้าถึงได้ง่าย ยิ่งไปกว่านั้น สารสังเคราะห์ 7-ไฮดรอกซีไมทราไจนีน (7-OH) ที่เข้มข้นกว่ากระท่อมทั่วไป 5-50 เท่า ถูกเรียกว่า 'มอร์ฟีนที่ถูกกฎหมาย' และกำลังถูกพิจารณาให้เป็นสารควบคุมโดย DEA

การตรวจสารเสพติดทั่วไปไม่สามารถตรวจพบกระท่อมได้ ทำให้แพทย์มักมองข้ามประวัติการใช้สารนี้ในผู้ป่วยเยาวชนที่มีปัญหาสุขภาพจิต รายงานชี้ว่ากว่าครึ่งของผู้ใช้กระท่อมมีอาการเข้าข่ายโรคจากการใช้สารเสพติด และ 38% มีภาวะซึมเศร้าหรือความคิดฆ่าตัวตายสูงกว่าค่าเฉลี่ย นักวิจัยเรียกร้องให้ทุกรัฐมีนโยบายเดียวกันในการควบคุมกระท่อมและ 7-OH และให้แพทย์รวมการซักประวัติการใช้สารนี้ในการคัดกรองผู้ป่วย

ข้อเท็จจริง

  • มีเด็กและเยาวชนอายุ 12-17 ปี กว่า 100,000 คนในสหรัฐเคยใช้ใบกระท่อม
  • อัตราการใช้กระท่อมเพิ่มจาก 1.6% ในปี 2021 เป็น 1.9% ในปี 2024
  • สาร 7-OH จากกระท่อมมีฤทธิ์แรงกว่ามอร์ฟีน และถูกเรียกว่า 'มอร์ฟีนที่ถูกกฎหมาย'
  • กว่าครึ่งของผู้ใช้กระท่อมมีอาการเข้าข่ายโรคจากการใช้สารเสพติด
  • 38% ของผู้ใช้กระท่อมมีภาวะซึมเศร้าหรือความคิดฆ่าตัวตายสูงกว่าค่าเฉลี่ย
  • มีเพียงประมาณ 25 รัฐในสหรัฐที่มีกฎหมายควบคุมการใช้กระท่อม

คำอธิบายข่าวแบบภาพของ Canto โดยอาจมีเครื่องมือ AI ช่วยในกระบวนการผลิต นโยบายบรรณาธิการ